
▶ ประเภทของ WordPress ?
WordPress มี 2 ประเภทหลักคือ WordPress.com (บริการสำเร็จรูป มีโฮสติ้งฟรี/เสียเงิน, เหมาะกับบล็อกเกอร์มือใหม่, ควบคุมจำกัด) และ WordPress.org (ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส, ต้องหาโฮสติ้งเอง, ควบคุมเต็มที่, ยืดหยุ่นสูง, เหมาะกับทุกเว็บ). นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งตามประเภทการใช้งาน เช่น สำหรับบล็อก, เว็บไซต์ธุรกิจ, หรืออีคอมเมิร์ซ (ใช้ปลั๊กอินเช่น WooCommerce).
1. WordPress.com (บริการสำเร็จรูป)
- ลักษณะ: แพลตฟอร์มที่ให้บริการพร้อมโฮสติ้ง (ที่เก็บข้อมูลเว็บ).
- ข้อดี: เริ่มต้นง่าย, ไม่ต้องจัดการเรื่องเทคนิค, มีเวอร์ชันฟรี (มีข้อจำกัด).
- ข้อจำกัด: ปรับแต่งได้จำกัด, URL มีคำว่า wordpress.com (ถ้าไม่จ่ายเพิ่ม), ติดตั้งปลั๊กอินและธีมอิสระไม่ได้.
- เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้น, บล็อกส่วนตัว, เว็บไซต์ที่ไม่ต้องการฟีเจอร์ซับซ้อน.
2. WordPress.org (ซอฟต์แวร์ฟรี)
- ลักษณะ: ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ดาวน์โหลดไปติดตั้งบนโฮสติ้งของตัวเอง.
- ข้อดี: ควบคุมได้เต็มที่, ปรับแต่งได้อิสระ, ติดตั้งปลั๊กอินและธีมได้ทุกอย่าง, สร้างรายได้ (โฆษณา) ได้เต็มที่.
- ข้อจำกัด: ต้องหาโฮสติ้งและจดโดเมนเอง (มีค่าใช้จ่าย), ต้องมีความรู้ในการติดตั้งและจัดการ.
- เหมาะกับ: เว็บไซต์ธุรกิจ, เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ, ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บอย่างจริงจังและมีอิสระ.
3. แบ่งตามประเภทเว็บไซต์
- สำหรับบล็อก (Blog): WordPress เริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมือสร้างบล็อก.
- สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ: ใช้ธีมและปลั๊กอินเพื่อสร้างเว็บข้อมูลบริษัท.
- สำหรับร้านค้าออนไลน์ (E-commerce): ใช้ปลั๊กอินเสริมอย่าง WooCommerce เพื่อสร้างระบบร้านค้า.